2005/Sep/26

เพื่อเธอ พัดชา

ถ้าหากฉันไม่ค่อยเชื่อใคร
ถ้ามีใจเป็นของตัวเอง
เอาใจใครไม่เก่ง
ก็เป็นตัวเองได้ไหม

ถ้าความเห็นฉันต่างออกไป
ถ้าไม่เป็นเหมือนตุ๊กตา
สมองฉันคิดมากกกว่า
ไม่คล้อยตามเธอทุกที

เธอจะว่ายังไง
ถ้าหากฉันเป็นคนอย่างนี้
เธอจะเดินหลีกหนี
หรือยินดีเข้าใจ
ก็แค่ผู้หญิงคนหนึ่ง
ที่ไม่คิดจะเป็นแบบใคร
เธอจะถูกใจไหม
พอรับไหวหรือเปล่าไม่รู้

ถ้าหากฉันไม่ชอบพระจันทร์
ถ้าหากฉันเป็นคนไม่นับดาว
มองทะเลว่างเปล่า
ไม่มีอารมณ์ละมัย
ถ้าไม่หวานเมื่อตอนสบตา
แต่เป็นเพียงแค่คนจริงใจ
ถ้าฉันพูดว่ารักเมื่อไหร่
ไว้ใจได้แล้วกัน

เธอจะว่ายังไง
ถ้าหากฉันเป็นคนอย่างนี้
เธอจะเดินหลีกหนี
หรือยินดีเข้าใจ
แค่ผู้หญิงคนหนึ่ง
ที่ไม่คิดจะเป็นแบบใคร
เธอจะถูกใจไหม
พอรับไหวหรือเปล่าไม่รู้

ถ้าหากฉันไม่ชอบพระจันทร์
ถ้าหากฉันเป็นคนไม่นับดาว
มองทะเลว่างเปล่า ไม่มีอารมณ์ละมัย
ถ้าไม่หวานเมื่อตอนสบตา
แต่เป็นเพียงแค่คนจริงใจ
ถ้าฉันพูดว่ารักเมื่อไหร่
ไว้ใจได้แล้วกัน



edit @ 2005/09/26 22:28:03
edit @ 2005/10/04 22:20:03

2005/Sep/14

วันนี้ไป ททท กัน ไปขอหนังสือฟรี ของการท่องเที่ยว คู่มือเส้นทางสุขใจเที่ยวไทยลุ้น10 ล้าน

หนังสือ เส้นทางสุขใจ เที่ยวไทยลุ้น 10 ล้าน

ความสุข เป็นเรื่องเฉพาะตัว
ของใครก็ของมัน ต่างคน ต่างใจ ต่างความสุข
อาจเป็นเพราะความสุขมีหลายรูปแบบ
แล้วแต่ใครจะออกแบบให้เป็น
ความสุขของบางคน อาจมาจากอะไรที่เรียบง่าย
แค่ได้นอนฟังเสียงธรรมชาติ
ได้นอนอาบแดดท่ามกลางฟ้าใส
แค่นี้ก็สุขใจเสียเหลือเกิน
ในขณะที่ความสุขของคนบางคน
อาจขึ้นอยู่กับความท้าทาย ต้องดั้นด้นผจญไป
เพียงเพื่อให้ได้ไปยืน
บนยอดเขาที่สูงสุดของเมืองไทย
อาจเป็นเพราะความสุขไม่เคยเดินเข้ามาหาใคร
แต่เราต่างหากที่ต้องออกไป
แสวงหาความสุขเหล่านั้นด้วยตัวเอง
ด้วยเหตุนี้เองความสุขของแต่ละคนที่มีอยู่ในที่นี้
จึงไม่ได้เกิดขึ้นจากความบังเอิญหรืออยู่เฉยๆ
แต่เกิดจากการที่พวกเขาเหล่านั้น
ได้ออกไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ
ที่สวยงามในเมืองไทย
จนเกิดเป็นความประทับใจ
ที่ต้องมาเล่าสู่กันฟัง

จะมัวรีรออะไร...ในเมื่อความสุขทั้งหลายล้วนออกแบบได้ตามใจเรา ลองออกแบบความสุขให้ตัวเองสักครั้ง เก็บกระเป๋าเดินทาง และพาตัวเองออกไปแสวงหาความสุขที่ใฝ่ฝัน

ที่ทำงานฉันไปขอกันจนหมด booth เลย หนังสือเป็นเส้นทางต่างๆ น่าสนใจและน่าไปมาก มีภาพสีประกอบด้วยนะ

ก็เลยมาดูเส้นทางที่ไปมาแล้ว เที่ยวเมืองไทยไม่ไปไม่ได้อยู่แล้ว

เส้นทางตามรอยประวัติศาสตร์พระแก้วมรกต กำแพงเพชร ลำปาง เชียงใหม่ เชียงราย ไปถึงลาว อันนี้ไม่น่าเชื่อไปมาหมดแล้ว รวมทั้งกรุงเทพด้วย ชอบตรงที่บอกว่า พระแก้วมรกตนั้นโยงใยหัวใจคนหลายแผ่นดิน

เส้นทางสายภู ดูสายหมอก ดอกไม้บาน 365 วัน ที่พระตำหนักดอยตุง ไปดอยผาตั้ง ดอกม้ที่ดอยผาหม่น trip นี้ ฉันไปลุยกับ trekkingthai นอน เต้นท์ สุดยอด ซากุระสวยเต็มดอย ที่หมู่บ้านข้างทาง จำชื่อไม่ได้ แต่จำได้ว่า หยุดรถปีนขึ้นไปตามทางภูเขาไปหา ซากุระ หรือ ดอกเสี้ยว ทั้งๆที่ข้างๆ มีถนนขึ้นไป ก็ใจมันร่ำร้องน่ะ

เส้นทางสู่อดีตล้านนา ย้อนเวลาที่หอศิลป์ เชียงใหม่ เป็นเมืองที่ฉันไปบ่อยที่สุด เพราะหลงรักความเป็นล้านนา และยังคงจะไปอีกเรื่อยๆ นอกจากความงามตามธรรมชาติ ร้านอาหารฮิบๆ เก๋ๆ ก็เกิดขึ้นมากมายที่นี่ ล่าสุด ไปที่โรงแรมเจดีย์ที่เชียงใหม่ ติดริมน้ำปิง สวย โรแมนติกมากๆ

เส้นทางลานหินปุ่ม 130 ล้านปี มหัศจรรย์แห่งเดียวในเอเชีย เส้นทางนี้ไปมาแล้ว2 ครั้ง ครั้งหลังไปนอนเต้นท์กันสิบคน ไปเจอ สิ่งเหนือธรรมชาติมา คือเราไปดูพระอาทิตย์ตกที่ลานหินปุ่ม มีตะเกียงน้ำมัน กับ ไฟฉาย อย่างละอัน พอพระอาทิตย์ลับ ป่ามืด พวกเราหลงป่า ต้องเดินเรียงแถวกลับทางเดิม คนสุดท้ายรู้สึกตลอดเวลาว่ามีคนเดินตามมา และทุกคนก็กลัวเพราะมืดและวังเวง เดินเป็นชั่วโมง มีป้ายอยู่ข้างหน้า เอาตะเกียงสาดดู เป็นสุสานนิรนาม เราทุกคนไหว้ขอทางออก ปรากฎ ผีพุ่งไต้ พุ่งมาจากดิน คล้ายพลุ แต่ น้อยกว่า สีฟ้าเขียวเหลืองสว่างวาบสวยงาม มองไป เป็นทางออกพอดี วันรุ่งขึ้นไปทำบุญต่อให้พวกท่านทันที

เส้นทางมรดกไทย มรดกโลก ที่สุดของความยิ่งใหญ่และงดงาม สุโขทัยและ ศรีสัชนาลัย ไปกับน้องที่เป็นไกด์ฝรั่งเศส ได้ความรู้มากมาย และขี่จักรยานที่ศรีสัชนาลัยสนุกมาก

เส้นทางพลังศรัทธามหาวิหารแก้ว วิหารทองคำวัดท่าซุง ฉันไปวัดนี้ตั้งแต่เด็กๆ เพราะตามคุณน้าไปนั่งสมาธิ ชอบไปบวชชีพรรมณ์ที่นี่มาก รู้สึก มีสมาธิมีเมตตา และ เป็นสุข เดือนธันวาปีนี้จะลาไปบวชที่นี่อีก

เส้นทางสายชัยวรมัน ที่สุดของลวดลายจำหลักหินแผ่นดินอีสาน ปราสาทอีสานต่างๆ พิมาย และ พนมรุ้ง ไปกับ ไกด์ฝรั่งเศสคนเดิม ได้ความรู้ บาราย บายน มากมาย ที่เด็ดคือกลับมามีสอบด้วย ไปแล้วร้อน แต่ชอบเพราะได้ความรู้มากกว่าไปดูหินเฉยๆ

เส้นทางสวยงามเลียบแม่น้ำโขง สัมผัสเมืองน่าอยู่อันดับ 7 ของโลก ไปบ่อยอีกเมืองเพราะมีเพื่อนอยู่ อุดร ขับรถไปหนองคาย ข้ามไปเวียงจันท์ ทานแดงแหนมเนือง ปลาแม่น้ำสดๆ ช๊อปปิ้งที่ท่าเสด็จ เลาะๆเลียบริมน้ำโขงไปเรื่อยๆ ไปมาเกือบสิบหนยังเที่ยวไม่หมดเลย

เส้นทางอารยธรรมรัตนโกสินทร์ ใกล้แต่เหมือนไกล อยู่กรุงเทพ ได้ไปวัดพระแก้วกี่หนเชียว ครั้งหน้าว่าจะพาหลานไป

เส้นทางมงคลชีวิตชาวพุทธ อยุธยา อ่างทอง สิงค์บุรี route นี้ก็ชอบเพราะอาหารอร่อย พอไม่สบายใจจะไปไหว้พระ9 วัดที่อยุธยา ไปทานก๋วยเตี๋ยวเนื้อหน้าวัดใหญ่ ทานกุ้งแม่น้ำตัวละ 250 ที่แพกรุงเก่า ไปครั้งแรกเสร่อสั่งคนละตัว แทบช๊อค ตัวใหญ่มาก พระอาทิตย์ตกดินที่วัดไชย สวยที่สุด

เส้นทางตะวันตกสัมผัสโลกใต้บาดาล สังขละบุรี ไปนั่งสมาธิที่วัดถ้ำสวรรค์บังดาล มีโอกาสเจอหลวงพ่ออุตตมะด้วย และมีโอกาสได้ปีนถ้ำแบบชาวบ้านโดยใช้ผ้าข้าวม้ากับเชือกเป็นครั้งแรกในชีวิต สูงเท่าตึกสามชั้น กลัวที่สุดแต่ถ้าไม่ไปจะโดนทิ้งให้อยู่มืดๆคนเดียว พอไปถึงถ้ำเพชร วิบวับสวยงามที่สุดในชีวิตเช่นกัน และสะพาน กับ วิวที่นี่ โรแมนติกไม่มีใครเกิน

เส้นทางบูรพา ตามหาอลังการ งานสร้างบันลือโลก เมืองโบราณ ช้างเอราวัณ ปราสาทสัจธรรม เขาชีจรรย์ เส้นทางไปพัทยา ไปทีไร สนุกแบบใกล้ๆทุกที

เส้นทางสายน้ำและหิ่งห้อย จะไปสิ้นเดือนนี้

เส้นทางสายธารมรกต ปริศนาป่าฝนเมืองใต้ กระบี่ ไปพายเรือคยักที่นี่มา 2 ครั้งแล้ว กับไปเล่นน้ำที่คลองสองน้ำ ทำให้ทะเลหน้าฝนมีความหมายเลย

เส้นทางล่องเรือในเวิ้งอ่าวมหัศจรรย์ พังงา ไปแล้วหาเกาะตะปูอันโด่งดังอยู่นาน เจอแล้ว อันเล็กนิดเดียว แต่ล่องเรืองที่นี่ก็สวยงาม สบายใจ

เส้นทางแรมซาร์ไซต์แห่งแรกเมืองไทย อุทยานนกน้ำพัทลุง ฉันเป็นคนชอบดอกไม้อยู่แล้ว เจอบึงบัวใหญ่โต กับนกน้ำมากมาย ประทับใจที่นี่มาก

เส้นทางสัมผัสปาล์มหลังขาว แห่งแรกของโลก ภูเก็ต ไม่เคยไปดูปาล์มนี่เลย แต่ไปภูเก็ตจนเที่ยวทั่วหมดแน่นอน เพราะไปประจำเพราะเพื่อนทำทัวร์ speed boat อยู่ที่นี่

เส้นทางความงามแห่งขุนเขากุ้ยหลินเมืองไทย ไปกับ trekkingthai สวยมาก นอนที่แพโตนเตย ปีนเขาไปดูดอกบัวผุดเจอสามดอก นอนบ้านต้นไม้เล่นน้ำในทะเลสาบใส ดูนกเงือก ที่ชอบที่สุดคือ ไปสวรรค์มาค่ะ ตอนเช้า นั่งเรือผ่านกลุ่มหมอกทึบ พออาทิตย์สีทองขึ้นจะบบว่าเราอยู่ใน กล่มหมอกสีทอง กับหมู่ไม้รูปทรงแปลกข้างทาง ชอบที่นี่มากๆ

โอ ไปหลายที่มากๆ อยากไปแนะนำตัวกับคุณ จุฑามาศ ศิริวรรณ ผู้ว่าการท่องเที่ยวขอตุ๊กตาสุขใจสักตัวเท่านั้นแหล่ะค่ะ เงินสิบล้านก็อยากได้ แต่ ขอให้ได้เที่ยวมากกว่าค่ะ

อยากได้น้องสุขใจจริงๆนะ

2005/Sep/12

วันนี้มุ่งมั่นเต็มที่ไปthe mall บางกระปิ ไปซื้อ ไปชม สินค้า เครื่องสำอางค์ จากเกาหลีสักหน่อย ของคงน่าจะดีอยู่ไม่น้อย ก็ดาราสาวเกาหลีแต่ละคน ผิวใสเป็นประกายไปซะทุกคน ก็ยายแม่ไก่ จากเรื่อง full house ที่ฉันดูครั้งแรก ก้เพราะ ปัดแก้มสีสวยจังนี่แหล่ะ

brand ดัง เกาหลีในบ้านเราตัวแรก ก็ etude ที่ฉันอ่านว่า อีตุ๊ด ทุกทีเลยเห็นมานาน เคยใช่แต่ แป้งอัดแข็งไม่ผสมรองพื้นสีฟ้า ตลับเดียว ใช่แล้วไม่หมอง แต่ ไม่ประทับใจ

วันนี้ไปซื้อ base ของ laneige มา รุ่น star white อันแสนโด่งดังใน pantip

โชคดีที่ the mall ลด 10 % พอดี ลองแล้ว มีวิ้ง ขาวถูกใจ แต่ไม่รู้จะเว่อร์ หรือเปล่า แต่ base เว่อร์ ๆ เอาไปผสมรองพื้น หรือbase สีเข้มกว่า ก็หายเว่อร์แล้ว

ยี่ห้อใหม่ที่มาเปิดบ้านเรา ที่ the mall บางกะปิก็ คือ the faceshop หาง่ายอยู่แถวโซนอาหาร สีสว่างที่สุดเลย เข้าไปดูของราคาน่าใช้ น่ารักดี ชอบกระจกเจ้าหญิง กับ แป้งม่วง กับอีกหลายอย่าง แต่กลัวแพ้ ก็เลยดูอย่างเดียวก่อน

แต่ที่เล็งๆไว้นะ มี

Pearl Mask Sheet The Lemon 60

Cushion Touch Eyeshadow No. 01

โอ๊ย น่าใช้มากมาย

มีอีก brand ที่ เพิ่งเปิดในเมืองไทยแถวห้วยขวาง อันนี้ เปิด บ่ายสาม ถึง ตีสาม เก๋ไก๋มาก ยี่ห้อ missha

มีของน่าใช้อีกเพียบ อย่างเช่น หรือดูได้ที่web ของ สิงคโปร์ ได้ได้อ่านภาษาอังกฤษ

http://sg.missha.net/products/index.php?f_pid=1&f_sid=7

ขอลอกมาจาก pantip ในกระทู้นี้นะคะ http://www.pantip.com/cafe/lumpini/topic/L3679792/L3679792.html

ได้ความรู้เครื่องสำอางค์เกาหลีมากมายจริงๆ

***ETUDE กับ LANEIGE***

-ในส่วนที่เหมือนกัน (ในเกาหลี) คือ เป็นเครื่องสำอางค์ที่ผลิตและขายตามร้านทั่วไปนะคะ ขายผ่านเอเย่น
พ่อค้าคนกลางและร้านค้าปลีกหาได้ง่ายในเกาหลีค่ะ ถ้าไปร้านเครื่องสำอางค์จะมีแทบทุกร้านนะคะ

-ในส่วนที่แตกต่างกัน (ในเกาหลี) คืนสองยี่ห้อนี้มีลูกค้ากลุ่มเป้าหมายต่างกันค่ะ คือ ETUDE จะเน้นสาว
อายุ 15 ปีขึ้นไป ถึง 20ต้นๆ และเน้นขายพวกเครื่องสำอางค์ประเภทสีสัน (make up point)
และรองพื้นแต่งหน้า (make up base อันนี้หมายถึงทั้งเบส ฟาวเดชั่นและแป้งนะคะ) แต่ LANEIGE
จะเน้นที่พวกผลิตภัณท์ดุแลผิวพรรณ (skin care) มากกว่า และมีกลุ่มเป้าหมายจริงๆ ที่สาวๆ อายุไม่เกิน25
ปีค่ะ (เค้าระบุแบบนั้นนะคะ) ซึ่งจะเห็นได้ว่าเครื่องสำอางค์ ETUDE จะมีสินค้าหลากสีสันและแพกเกจน่ารักๆ
กว่าเมื่อเทียบกับ LANEIGE แต่ทาง LANEIGE เค้าจะดูเทห์ มากกว่านะคะ ซึ่ง LANEIGE
เค้าก็ออกผลิตภัณท์รุ่น LANEIGE GIRL ออกมาต่างหากมีสินค้าไม่กี่ตัวที่มาเที่ยบกันได้รุ่นเดียวกับ ETUDE
นะคะ (อยากรู้จัก LANEIGE GIRL เพิ่ม คลิกที่นี่ค่ะ มีบรรยายเป็นภาษาไทยคร่าวๆ แล้วนะคะ
หรือเข้าไปดูในเวบบอร์ดหมวด "เก็บมาฝากจากเกาหลี" ที่ www.sassygirl2005.com ค่ะ
http://www.sassygirl2005.com/webboard.php?id=90225&cat_w=5749&lang=th)
ซึ่งสืบสาวราวเรื่องไปแล้ว ทั้ง LANEIGE และ ETUDE ก้อผลิตโดยบริษัท AMOREPACIFIC นะคะ
(www.amorepacific.com) แต่รู้สึกว่า ETUDE จะถูกแยกออกมาหรือว่าใครเป้นเจ้าของแล้วจ้างให้ AMOREPACIFIC
ผลิตให้นี่แหล่ะค่ำ อันนี้ต้องสืบลงไปลึกอีกหน่อยนะคะ ถึงจะบอกแน่ชัดได้ค่ะ

-ส่วนที่ดูเหมือนกัน (ในเมืองไทย) ทั้งสองยี่ห้อ ต่างมีภาพพจน์สินค้าที่ดีในสายตาคนไทย
ภาพพจน์ดูดีกว่าในเกาหลีที่ตั้งไว้ค่ะ
และสองยี่ห้อมีกลุ่มเป้าหมายที่ใกล้เคียงกันไม่แบ่งแยกออกจนเห็นได้ชัดเหมือนในเกาหลี

-ส่วนที่ต่างกัน (ในเมืองไทย) สินค้า ETUDE ถุกนำเข้าไปขายโดย บริษัท อเกน อินเตอร์เนชั่นเนล จำกัด
ซึ่งเดาเอาว่าเจ้าของเป้นคนไทยนะคะ (กำลังรับสมัครตัวแทนขายในต่างจังหวัดนะคะ เบอร์ติดต่อ 02-247-9861
02-247-9865)ซึ่งเค้าเป็นเพียงบริษัทนำสินค้าเข้า จำต้องเสียภาษีนำเข้า ประมาณ 30-40
เปอร์เซนต์ทำให้สินค้าราคาแพงกว่าที่ขายในเกาหลีราวๆ 30-40 เปอร์เซนต์ค่ะ แต่ LANEIGE
นั้นถูกนำเข้าไปขายโดยบริษัท อมอร์แปซิฟิค (ไทยแลนด์) จำกัด ซึ่งเป้นบริษัทลูกของ AMOREPACIFIC
นั่นแหล่ะค่ำ ผู้ถือห้นก็เป้นทั้งไทยและเกาหลี แต่ว่าเค้าผลิตเองขายเอง
ราคาก็ไม่แตกต่างจากราคาที่ขายปลีกในเกาหลีมากนัก เพราะฉะนั้นหากท่านไหนจะมาหาของ LANEIGE
ไปขายจากเกาหลีต้องซื้อที่ดิวตี้ฟรี หรือ ร้าน HUE YOUNG (อันนี้จะเล่าอีกรอบกับเดอะเฟสชอปนะคะ)
จะได้ราคาถูกกว่าตามร้านค้าปลีกทั่วไปค่ะ

เท่าที่นึกออกมีเท่านี้นะคะ

จากคุณ : ป่นป่น - [ 19 ส.ค. 48 15:43:35

MISSHA, THE FACESHOP, HUE YOUNG, DODO CLUB*
ทีนี้มาดูสามยี่ห้อนี้ในเกาหลีนะคะ (ที่เมืองไทยยังไม่ทราบค่ะว่าเป็นไงเพราะตัวเองอยู่ที่เกาหลีนะคะ

-ส่วนที่เหมือนกันนะคะ ทั้งสามยี่ห้อเป็นชื่อร้านเครื่องสำอางค์ราคาประหยัด (เริ่มตั้งแต่ 3300 วอน)
ที่เพิ่งเกิดเมื่อไม่เกิน 5 ปีมานี้ค่ะ (ยกเว้น DODO CLUB
ที่ผิลตแป้งป่าตองและสินค้าบางตัวมานมนานแล้วแต่เพิ่งเปิดตัวเองเป็น dodo club ไม่นานมานี้ค่ะ)
ลักษณะพิเศษคือเค้าผลิตเอง ขายเองเฉพาะในร้านค้าปลีกของตัวเองเท่านั้นค่ะ
ไม่ขายตามร้านขายปลีกเครื่องสำอางค์ทั่วๆ ไป ซึ่งร้านค้าปลีกเค้าจะมีสาขาทั่วๆ ไป
หาได้ตามสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆ หรือที่ๆ แหล่งวัยรุ่นนักศึกษารวมตัวกันน่ะคะ เช่น เมียงดง
(ที่นี่มีทุกยี่ห้อ ขอให้เดินให้ทั่ว เจอหมด) ชินชน อีแดอิบกุ ตามหน้ามหาวิทยาลัยต่างๆ ฯลฯ
ซึ่งเครื่องสำอางค์จะเน้นที่แพกเกจส่วย น่ารักๆ แต่ว่าผลิตจากวัสดุที่ไม่แพง (ส่วนใหญ่จะเป้นพลาสติกนะคะ
ไม่เป็นแก้ว) เพื่อลดต้นทุนสินค้า และตัดพ่อค้าคนกลางหรือเอเย่ออกหมด และไม่ค่อยโฆษณาผ่านเท่าไร
(แต่พักหลังมีคู่แข่งเกิดมาก จึง ต้องโฆษณาค่ะ) เค้าจึงขายเครื่องสำอางค์ได้ในราคาถูกและมีคุณภาพค่ะ
แต่ละยี่ห้อก้อแตกแบรนด์ย่อยๆ ออกไปอีก ตามสายผลิตภัณท์นะคะ อันนี้คงกล่าวไม่หมด

ยี่ห้อที่กล่าวไว้ในหัวข้อทั้งหมด ก็เรียงตามลำดับนะคะ MISSHA เป็นเจ้าแรกที่คิดทำขึ้นมาก่อน
โด่งดังมากในเกาหลี ขนาดว่าถือเป้น case study ที่ประสบความสำเร็จในการเริ่มแรกเรื่องทำตลาดแบบนี้นะคะ
มีหนังสือพิพม์ขายมากมายเกี่ยวกับความสำเร็จของเค้าค่ะ และขยายสาขาไปต่างประเทศอย่างรวดเร็ว มากกว่า 10
ประเทศในตอนนี้ค่ะ โดยเฉพาะในจีนประสบความสำเร็จมากๆ และรุ้สึกว่าจะตั้งโรงงานในจีนด้วยนะคะ
เพราะฉะนั้นพวกของแถมของ MISSHA หรือผลิตภัณท์บางตัวของเค้าจึง made in china ค่ะ

หลังจากนั้นก็มีคู่แข่งออกมาทันที ถ้าจำไม่ผิดนะคะ คือ THE FACESHOP
ซึ่งจะเน้นผลิตภัณท์ที่ทำจากธรรมชาติ มากกว่า..และทำการตลาดมาก โฆษณามากทีเดียวค่ะ
ซึ่งก็ทำตลาดได้ดีทีเดียว จากนั้นก็มาได้ข่าว dodo club ออกมาโฆษณาบ้าง และสุดท้ายที่ได้ยินล่าสุดคือ
HUE YOUNG ซึ๋งเป็นของ AMOREPACIFIC ออกมาเปิดร้านขายปลีกเอง
สนค้าในร้านเป็นเครื่องสำอางค์ที่ผลิตเองทั้งหมด และมี ETUDE STAR วางขายอยู่ในร้านด้วย
แต่ว่าจะแตกต่างจากสินค้า ETUDE ปกติค่ะ ที่นี่บางช่วงก็มีลดราคาบางตัวมากกว่าปกตินะคะ คงมีคร่าวๆ
เท่านี้นะคะ

ถามว่ายี่ห้อไหนอะไรดีนั้น ก็ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ เพราะว่าแต่ละยี่ห้อก็ทำของตัวเองออกมาดีๆ
ทั้งนั้นนะคะ ต้องลองใช้ดูก่อนว่าอย่างไหน
เหมาะกับผิวของคุณมากที่สุดถึงจะตอบได้ว่าอย่างนั้นดีหรือไม่ดีนะคะ

ยังไงก็รบกวนคนที่เคยใช้แล้วว่าตัวไหนดี ช่วยตอบด้วยะนะคะ

จากคุณ : ป่นป่น - [ 19 ส.ค. 48 15:44:41


อันนี้ brand สุดท้าย ยังไม่นำเข้าไทย แต่ไปดูรูปในเวปภาษาเกาหลีมา สวยงามมาก ชื่อThe skin food

ดูได้ที่ web นี้ เลย http://www.theskinfood.com/02_menu/1_menu.asp?category_code=FAC

แป้ง two way ดูน่าใช้ดี

กว่าจะรวบรวมจบ อารมณ์อยากได้ของ แทบจะหมดลง เพราะเหนื่อยเขียน ก็ดีจะได้ประหยัดๆหน่อย รอเก็บเงินซื้อ อาร์มานี่ แทนอิอิ